Router ทำหน้าที่อะไร?

Router เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือข่าย โดยจะมีหน้าที่หลักในการหาเส้นทางและส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เปรียบ Router ได้กับถนนที่มีช่องทางให้ข้อมูลได้วิ่งผ่าน การทำงานของ Router จะมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมการทำงานที่เรียกว่า Internetwork Operating System (IOS) โดยจะหาเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลที่ดีที่สุดและทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่นๆ หากเส้นทางหลักเกิดขัดข้อง Router ก็สามารถเลือกเส้นทางใหม่ได้ นิยมใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างองค์กรธุรกิจและอินเทอร์เน็ตและระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ISP)

ในตัวของอุปกรณ์ Router ประกอบด้วยช่องที่ใช้เสียบสายสัญญาณ หรือที่เรียกว่า LAN Port  โดยทั่วๆไปแล้ว Router 1 ตัวจะมี 4 Ports หรือมากกว่านั้นก็ได้ ซึ่งจำนวน Port ที่เห็นได้โดยทั่วไปจะมีตั้งแต่ 4, 8, 16 และ 32 Port จากหน้าที่หลักของ Router ที่ได้กล่าวไปข้างต้น Router รุ่นใหม่ๆ ได้มีการพัฒนาโดยรวมเอาความสามารถของ Modem และ Switch Hub เข้ามาไว้ในเครื่องเดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ Router ในการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ เนื่องจาก Router มีความสามารถในการแจกหมายเลข ไอพี และยังเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบัน Router มีให้เลือกใช้หลายรุ่นตามความต้องการ ทั้งแบบมีสาย (Wire) และแบบไร้สาย (Wireless) สำหรับแบบไร้สายจะสามารถส่งสัญญาณไวไฟ (Wi-fi) ออกมา เพื่อให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถรับสัญญาณ Wi-fi ได้ สามารถเชื่อมต่อเข้าระบบเครือข่ายได้ทันที และยังสามารถใช้ Wi-fi นี้ในการต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้และใน Router รุ่นใหม่บางรุ่นจะมีโปรแกรม antivirus ฝังอยู่ด้วย นอกจากนี้ Router ยังสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายที่ใช้สื่อสัญญาณและรูปแบบการส่ง Packet ข้อมูลที่แตกต่างกันได้ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อแบบ Ethernet, Token Rink หรือ FDDI เพราะเป็นการทำงานของโปรโตคอลใน Layer 3 ขึ้นไป (IP, IPX หรือ AppleTalk)

โดยสรุปแล้ว จะเห็นได้ว่าการใช้ Router สามารถช่วยให้การเชื่อมต่อเครือข่ายสามารถทำได้ง่าย และประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็วมากขึ้น เพราะ Router จะทำหน้าที่ในการเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการทำงานและสามารถกำหนดลำดับความสำคัญในการส่งข้อมูลได้ แต่ Router ก็จะมีราคาแพงกว่า Switch และ Hub