ความสว่างก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตในที่อยู่อาศัยต่างๆ ดังนั้นตามสถานที่ต่างๆและบ้านเรือนที่พักอาศัยจึงติดหลอดไฟเอาไว้  เพื่อคอยให้แสงสว่าง โดยปัจจุบันนั้นหลอดไฟมีหลายชนิดหลายประเภทและการใช้งานที่แตกต่างกัน

1.  หลอดกลม ระบบการทำงานของหลอดกลมคือ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเส้นลวดเล็กๆ เพื่อทำให้เกิดความร้อนและความร้อนนี่เองที่เป็นตัวจุดประกายไฟ และให้แสงสว่าง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดไฟประเภทนี้ใช้พลังงานค่อนข้างมาก และเสื่อมสภาพเร็ว โดยมีระยะการใช้งานแค่ประมาณ 8 เดือน ทั้งนี้ได้มีการคาดการว่าหลอดไฟประเภทนี้จะถูกลดจำนวนการใช้งานลงเรื่อยๆ และหมดไปในที่สุด

2. หลอดฟรูออเรสเซนต์ หลอดยาวที่นิยมนำมาใช้งานในที่พักอาศัย หลอดไฟประเภทนี้ มีกระบวนการให้แสงสว่างแบบส่งผ่านประจุอิเล็คตรอน ซึ่งเกิดจากขั้วลบส่งผ่านสารเรืองแสงที่ใช้เคลือบกับหลอดไฟไปยังขั้วบวก เป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก จะช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นด้วย

3. หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อของ หลอดตะเกียบ ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้แทนหลอดไส้แบบเก่า เพราะหลอดตะเกียบนอกจากจะมีขนาดกระทัดรัดแล้ว ยังเพิ่มระดับความสว่าง และมีอายุการใช้งานที่มากขึ้น โดยมีอายุการใช้งานเฉลี่ยถึง 7 ปี อีกทั้งยังสามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 4 เท่าของหลอดไฟแบบเก่าด้วย

4. หลอดฮาโลเจน เป็นหลอดไฟที่ประกอบด้วยไส้ทังสเตน ถ้าเทียบกับหลอดไฟทั่วไปแล้ว หลอดไฟฮาโลเจนจะมีอายุการใช้งานที่นานกว่า เนื่องจากสามารถทนต่อความร้อนได้ดีกว่าไส้หลอดทั่วไป โดยมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 1,500 – 3,000 ชั่วโมง นอกจากนี้ให้ระดับความสว่าง และความถูกต้องของสีที่มากกว่าหลอดแบบอื่นๆ เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการแสงสว่างเป็นพิเศษ อย่างเช่น มุมอับหรือห้องทำงาน

5. หลอด HID เป็นหลอดที่ให้ระดับความสว่างกว่าหลอดฮาโลเจนประมาณ 3 – 4 เท่า และมีอายุการใช้งานที่นานกว่าหลอดไฟแบบอื่นๆ ซึ่งถ้าหากนำมาเปรียบเทียบกับหลอดกลมแล้วมีระยะการใช้งานมากกว่าถึง 20 เท่า ดังนั้นหลอดประเภทนี้จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความสว่างเป็นพิเศษ เช่น ลานจอดรถ

6. หลอดไฮบริคฮาโลเจน เป็นหลอดไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นมาจากหลอดไฟ 3 ประเภทด้วยกันคือ หลอดตะเกียบ หลอดกลม และหลอดฮาโลเจน เพื่อให้มีระดับความสว่างที่มากขึ้น และมีอายุการใช้งานที่นานมาก เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลอดกลมแล้วจะมีอายุการใช้งานนานกว่าถึง 8 เท่า และเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านและที่พักอาศัยทั่วไป

7. หลอดไฟ LED หลอดไฟประเภทนี้สามารถเปิด-ปิดได้บ่อยครั้ง ไม่มีการเสื่อมสภาพไปตามจำนวนการกดสวิตช์ นอกจากนี้ยังไม่มีการปล่อยรังสียูวีหรือก๊าซอันตราย อีกทั้งยังให้แสงที่สบายตามากกว่าหลอดชนิดอื่น ที่สำคัญยังช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับหลอดไส้แบบเดิมๆ และมีอายุการใช้งานที่นานถึง 50,000 ชั่วโมงเลยทีเดียว ราคาของหลอดไฟ LED จึงค่อนข้างสูงกว่าหลอดไฟทั่วไปเลยทีเดียว