สายไฟ คือ ตัวแจกจ่ายพลังงานไฟฟ้า ให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดภายในบ้านสายไฟมีสารที่ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ดังนั้นมันจึงมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานไฟฟ้าให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้ โดยส่วนมากสายไฟมักจะแบ่งเป็น 2 ชนิด ใหญ่ๆ ได้แก่ สายไฟแรงดันต่ำ สายไฟแรงดันสูง โดยการเลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมแก่สถานที่เป็นสิ่งที่ควรคำนึงเป็นอันมาก โดยสิ่งที่ควรปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่ ความเหมาะสมในการใช้งาน สถานที่  แรงดันไฟฟ้า การทนทานต่อสภาพแวดล้อม เป็นต้น ดังนั้นควรเลือกใช้สายไฟตามความเหมาะสมต่างๆ เพื่อให้ไม่เกิดอันตรายและผลเสียในการใช้งาน

ส่วนประกอบของสายไฟ

1.ตัวนำ

ตัวนำไฟฟ้ามักจะทำมาจาก ทองแดงและอะลูมิเนียมเนื่องจากโลหะสองชนิดนี้มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าสูง โดยโลหะทั้งสองชนิดมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน ดังนี้

-ทองแดง

สามารถนำไฟฟ้าได้ดีมีลักษณะแข็งและเหนียว ทนการกัดกร่อนของสภาพอากาศแต่มีข้อเสียคือ มีราคาสูงและมีน้ำหนักที่หนักมากนอกจากนี้ยังเหมาะกับงานประเภทอาคารเท่านั้น เพราะมีแรงดันไฟฟ้าสูง

 

-อะลูมิเนียม

มีคุณสมบัติเท่าๆกับทองแดง แต่มีข้อดีคือ มีน้ำหนักเบากว่าและมีราคาต่ำกว่า

แต่มีข้อเสียคือ ไม่ทนต่อการกัดกร่อน เมื่อนำมาใช้งานทำให้ประกอบหรือเชื่อม

ได้ยาก

 

2.ฉนวน

ฉนวนเป็นที่ห่อหุ้มตัวนำไฟฟ้า เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าจากการที่ผู้ใช้งานไปสัมผัสกับตัวนำไฟฟ้า(ป้องกันไฟดูดนั่นเอง) ฉนวนที่สามารถทนความร้อนจากตัวนำไฟฟ้าได้ดี คือ ฉนวนที่มีคุณภาพและเหมาะแก่การเลือกใช้งาน โดยฉนวนที่มีคุณภาพเด่นๆในเรื่องนี้และเป็นที่นิยมในการใช้งาน คือ  Polyvinyl Chloride (PVC) , Cross Linked Polyethylene(XLPE)