หลายคนอาจจะยังไม่แน่ใจว่าควรใช้เครื่องสำรองไฟในลักษณะไหนดี ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถศึกษาได้จากคู่มือการใช้กันก่อนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หรือสอบถามจากพนักงานขายให้เข้าใจก่อนนำมาใช้ ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะใช้กันแบบเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป คือ จะเปิดก็ต่อเมื่อต้องการใช้งานและจะปิดเมื่อเลิกใช้ แต่จริงแล้วหลักในการใช้ควรเป็นดังนี้

 

  • ปกติโดยทั่วไปวงจรการชาร์ทของเครื่องสำรองไฟเกือบทุกรุ่นจะถูกออกแบบให้ต้องชาร์ทไฟประมาณ 6-8 ชั่วโมง เมื่อเต็มวงจรก็จะตัดระบบการชาร์จให้เองโดยอัตโนมัติ ทำให้เราสามารถเปิดเครื่องสำรองไฟทิ้งไว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับใครที่ต้องการใช้ไฟตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่ใช่ปัญหา

 

  • ถ้าคุณเป็นพนักงานออฟฟิศหรือมีเวลาทำงานในหนึ่งวัน 8 ชั่วโมง กรณีที่คุณใช้เครื่องสำรองไฟต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถเปิดเครื่องในตอนเช้าและปิดในตอนเย็น ก็จะครบเวลาในการชาร์ทแบตเตอรี่ของเครื่องสำรองไฟที่ถูกออกแบบมาพอดี

 

  • สำหรับใครที่ต้องเปิดเครื่องสำรองไฟพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นแค่บางช่วงเวลา เช่น เปิดตอนเย็นหลังกลับบ้านเพียงแค่เพื่อเช็คเมล์หรือดูอะไรเล็กน้อยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แบบนี้จะไม่เป็นผลดีกับเครื่องสำรองไฟนัก เพราะเวลาในการชาร์ทจะน้อยเกินไปจะส่งผลให้แบตฯ เสื่อมเร็วกว่าปกติได้

 

ดังนั้นถ้าเราใช้เวลากับเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ในเวลาไม่มาก ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องสำรองไฟมาใช้ แต่ก็มีวิธีที่สามารถช่วยยืดอายุของเครื่องสำรองไฟให้ยาวขึ้นอีกเล็กน้อย นั่นก็คือในขณะที่เราใช้งานเครื่องสำรองไฟให้เราดึงปลั๊ก AC หรือปลั๊กไฟเข้า UPS ออก จะทำให้เครื่องใช้ไฟสำรอง รอจนเครื่องร้องเสียงถี่ๆ ที่เป็นสัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่ใกล้หมด ให้เราเสียบสาย AC กลับเข้าไปอีกครั้ง โดยให้เสียบทิ้งไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ก็จะทำให้แบตเตอรี่ของเครื่องสามารถบรรจุไฟได้เต็มที่ วิธีนี้ควรทำทุกๆ 3 หรือ 6 เดือน ก็จะช่วยให้คุณสามารถยืดอายุแบตเตอรี่ภายในเครื่องได้ยาวนานขึ้น