CMS (Content Management System) หมายถึง

ระบบที่ช่วยสร้างและบริหารเว็ปไซต์แบบสำเร็จรูป โดย

ผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรมก็สามารถสร้างเ

ว็ปไซต์เป็นของตนเองได้

โปรแกรม CMS ถูกพัฒนามาจากภาษาทางคอมพิวเตอร์ยอดนิยม

อาทิ PHP, ASP และ JPS โดยการใช้งาน ระบบ CMS ส่วนใหญ่

จะใช้งานง่ายเหมือนเว็ปไซต์ที่เราใช้งานกันปกติ เหมือน Webboard ,

blog, facebook, twitter โปรแกรมเหล่านี้ก็คือ CMS เช่นเดียวกัน

ประเภทของ CMS

– Personal CMS เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาใช้งานเอง

หรือเพื่อให้ผู้อื่นมาร่วมใช้ อาจจะใช้งานกับเว็ปไซต์ของตัวเอง

หรืออาจจะใช้งานสำหรับบริษัท หรือองค์กรต่างๆ

โดยพัฒนาด้วยคนๆเดียว หรือเป็นทีม อาจมีการสร้าง Framework

ขึ้นมาเพื่อสะดวกแก่การพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่ง CMS

ประเภทนี้มักจะมีความต้องการในการใช้งานเฉพาะทาง

จึงต้องการการพัฒนาที่แตกต่างจาก CMS โดยทั่วๆไป

– Public CMS เป็น CMS

ถูกพัฒนาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งเองได้ มีทั้งแบบ

ฟรีและแบบเสียเงิน (เมื่อต้องการอัพเกรดเป็นแบบ Premium)

ข้อดีของ Public CMS คือ สามารถใช้งานได้ง่าย แต่ CMS

บางตัวมีการพัฒนาตลอดเวลา อัพเดตให้ทันสมัย

มีระบบใหม่ๆที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือบางครั้ง

Features อาจทำให้ดูธรรมดาเกินไป

ไม่ตรงกับความต้องการนั่นเอง

ข้อดีของ CMS

1.ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการทำเว็ปไซต์

2.ไม่เสียเวลาในการพัฒนาเว็ปไซต์เองซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำ

นวนมาก

3.มีระบบคอยจัดการ ช่วยให้ง่ายต่อการดูแล

4.มีระบบจัดการที่สามารถหามาใส่เพิ่มได้มากมาย

5.สามารถเปลี่ยนหน้าตาเว็ปไซต์ได้ตลอดเวลาตามต้องการ

ข้อเสียของ CMS

1.ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการออกแบบธีมในสไตล์ของตนเอง

จะต้องใช้ความรู้ในการทำมากสักหน่อย

เพราะโปรแกรมมีหลายระบบมารวมกันทำให้เกิดความยุ่งยาก

สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐาน

2.ยุ่งยากในช่วงแรกที่เริ่มต้นใช้งาน

เพราะผู้ใช้จะต้องศึกษาระบบ CMS ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมา เช่น

จะต้องใส่ข้อความลงตรงไหน และใช้งานเครื่องมืออย่างไร

3.ในการใช้งานจริงนั้นจะมีความยุ่งยากในการ set up

ครั้งแรกกับ web server แต่ปัจจุบันก็มีผู้บริการ web server

มากมายที่เสนอลงและ set up ระบบ CMS ให้ฟรี