หลอดฟลูออเรสเซนต์ เขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Fluorescent หรือมีชื่อเรียกติดปากของคนทั่วไปว่าหลอดไฟนิออน เริ่มมีการใช้หลอดไฟประเภทนี้กันมาตั้งแต่ปี ค.ศ 1940 จนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วตัวหลอดจะมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

 

  1. ภายในตัวหลอดจะบรรจุด้วยไอปรอทและก๊าซอาร์กอน ผิวด้านในฉาบด้วยสารเรืองแสง
  2. ตัวหลอดจะมีลักษณะเป็นแท่งกลมยาว ไส้หลอดทำมาจากทังสเตนหรือวุลแฟรมอยู่ที่บริเวณปลายทั้งสองข้าง
  3. เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอดจะเกิดความร้อนขึ้นทำให้ไอปรอทที่บรรจุไว้เปลี่ยนกลายเป็นไอ
  4. สตาร์ตเตอร์จะทำหน้าที่เหมือนสวิตซ์ไฟฟ้าอัตโนมัติของวงจรต่อขนานกับหลอด ที่ภายในจะบรรจุด้วยก๊าซนีออนและแผ่นโลหะคู่ที่สามารถงอตัวได้ เมื่อได้รับความร้อนจนไส้หลอดร้อนขึ้น ปรอทก็จะเป็นไอช่วยนำกระแสไฟฟ้า
  5. ในบัลลาสต์จะมีขดลวดพันอยู่บนแกนเหล็ก เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านจะเกิดการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ เมื่อแผ่นโลหะคู่ในสตาร์ตเตอร์แยกตัวออกจากกันก็เกิดวงจรเปิดชั่วขณะ ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไอปรอทจากไส้หลอดด้านหนึ่งส่งไปยังอีกด้านหนึ่ง
  6. หลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นหลอดที่มีประสิทธิภาพในการให้แสงสว่างระดับปานกลาง และต้องสูญเสียพลังงานไปกับสตาร์ตเตอร์และบัลลัสต์ที่ใช้ไฟสูงถึง 10-12 โวลล์
  7. หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี
  8. เป็นหลอดที่มีหลายขนาดสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ โดยหลอดเล็กก็จะมีแสงสว่างน้อย หลอดยาวก็จะให้แสงสว่างมากตามไปด้วย

 

ทั้งหมดเป็นส่วนประกอบและการทำงานของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์