หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศให้มีการใช้ระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 และเริ่มให้ประชาชนทั่วไปได้ทำการลงทะเบียนในช่วงเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น เพื่อความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินเพราะไม่ต้องจำเลขบัญชีธนาคารที่จำได้ยาก แต่ใช้วิธีการผูกบัญชีธนาคารเข้ากับเลขประจำตัวประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์ แล้วเราก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงิน โอนเงิน จ่ายเงินไปยังบัญชีปลายทางได้ เพียงแค่ใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือของบัญชีปลายทางเท่านั้น

โดยสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแต่ละสาขาของธนาคารหรือ Internet Banking รวมถึง Mobile Banking ก็สามารถทำได้ปกติ ในเรื่องของค่าธรรมเนียมนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่โอนในแต่ละครั้ง ซึ่งถ้าจำนวนเงินที่โอนไม่ถึง 5,000 บาท จะไม่เสียค่าธรรมเนียมในการโอน แล้วในช่วงนี้ธนาคารพาณิชย์หลายๆแห่ง ได้ทำการจัดโปรโมชั่น ลดแลก แจกแถมมากมาย เพื่อเป็นการเชิญชวนในประชาชนมาทำการลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์นั้น ก็ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนทั่วไป ให้ความสนใจในระบบใหม่นี้ ส่วนข้อดีก็มีมากมาย

ในเรื่องเพิ่มความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงิน เพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้  แต่ ก็ยังมีหลายคนยังสงสัยและไม่ค่อยมันใจในเรื่องของระบบ ว่ามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด และเกิดคำถามมากมายภายในใจผู้ใช้บริการ เช่น “ใช้เพียงแค่เบอร์โทรศัพท์จะปลอดภัยเหมือนแก่ก่อนหรือไม่” “เบอร์โทรศัพท์หาได้ง่าย แจกจ่ายทั่วไปจะล้วงเอาขอมูลเฉพาะไปได้หรือเปล่า” “เราจะมีความเป็นส่วนตัวหรือไม่นะ” “ขนาดระบบเก่ามีความแน่นหนา ป้องกันกันอย่างดี ยังสามารถปลอมแปลงกดเงินเราไปได้เลย” มากมายหลายคำถามเหล่านี้ ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ผู้ให้บริการระบบพร้อมเพย์  สามารถให้ความมั่นใจและคำยืนยันได้ว่า สามารถดูแลความปลอดภัยของระบบได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อมูลของลูกค้าผู้ใช้บริการทุกคนเป็นข้อมูลเฉพาะเก็บรักษาไว้อย่างดี ส่วนกาทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆสามารถตรวจสอบประวัติย้อนหลังได้เพื่อความถูกต้อง และทางธนาคารและเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการตอบข้อซักถามและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ ทำให้ผู้ใช้ประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไปสามารถมีความมั่นใจได้ว่าระบบพร้อมเพย์นั้นมีความปลอดภัยในการทำงานอย่างแน่นอนครับคุณผู้อ่านทุกท่านทุกคน