แรม ( RAM ) หรือ ชื่อเต็มๆที่ว่า Random Access Memory มีหน้าที่ในการสำรองข้อมูลเพื่อรอให้ CPU ว่างก่อนเสียก่อน แล้วจึงทำการส่งข้อมูลชุดใหม่เข้าไปให้ CPU ทำการประมวลผล ซึ่งเราได้รู้จักหน้าที่ของแรมแล้ว ว่ามีหน้าที่อะไรในเครื่องคอมพิวเตอร์ วันนี้เรามาแบ่งประเภทของแรมกันดีกว่าครับ ว่าแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันในเรื่องใดบ้าง ว่าแล้วก็ตามกันไปได้เลยครับผม

แรมมีทั้งหมดอยู่ 3  ประเภท คือ DDR, DDR2 และ DDR3 ซึ่งส่วนใหญ่ข้อแตกต่างกันระหว่าง 3 ประเภทนี้ คือ เรื่องความเร็วและการกินไฟของแรมนั่นเองครับ โดยที่ DDR จะมีความเร็วบัสเริ่มต้นที่ประมาณ 100 MHz ส่วนในเรื่องการรับ-ส่งข้อมูล จะมีอัตราการรับส่งข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 1,600 – 3,200 MB/s เนื่องจากเป็นแรมรุ่นเก่าจึงมีการกินไฟอยู่ไม่น้อย ถึง 2.5 โวลต์เลยทีเดียว ซึ่งในปัจจุบันแรมประเภทนี้หาใช้งานได้ยากมากแล้ว ดังนั้นผู้ใช้งานคนใดยังใช้งานแรมประเภทนี้อยู่แล้วต้องการอัพเกรดขึ้นมา ก็ต้องพยายามหาแหล่งซื้อขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กันพอสมควรเหมือนกันครับ ประเภทต่อมา DDR2 แรมรุ่นนี้จะมีความเร็วบัสเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 200 MHz อัตราการรับส่งข้อมูลที่ 3,200 – 6,400 MB/s และมีการพัฒนาเรื่องอัตราการกินไฟให้ลดลงมาเหลืออยู่ที่ประมาณ 1.8 โวลต์ ซึ่งแรมชุดนี้ ถือเป็นที่นิยมมากในคอมพิวเตอร์ระดับพื้นฐาน ใช้งานทั่วไปครับผม สุดท้ายแรมประเภท DDR3 เป็นแรมที่มีการเปิดตัวมาในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ช่วงปี 2008 ตรงจุดเด่นที่ว่า มีความเร็วในการทำงานเริ่มต้นที่  533 MHz จนถึง 800 MHz มีอัตราการรับส่งข้อมูล 6,400 – 10,660 MB/s เลย แต่ความดันไฟฟ้าที่ใช้งานเพียงแค่ 1.5 โวลต์เท่านั้นเอง