ประเภทของหูฟังโดยหลักๆแล้วถ้าแบ่งตามลักษณะการสวมใส่แล้วมีประมาณ 3 ประเภท ดังนี้

1.แบบแยงหู (IN Ear หรือ Ear Plug)

2.แบบแปะหูหรือแนบหู

3.แบบสวมหู (Headphone)

แต่ประเภทจะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป

1.แบบแยกหู หูฟังประเภทนี้จะมีจุกยางเสียบเข้าไปในหู โดยส่วนใหญ่แล้วจะให้ขนาดมาหลากหลายชนิดเพื่อความเหมาะสมของแต่ละคน หูฟังประเภทนี้จะเป็นหูฟังประเภทที่เล็กที่สุด ข้อดี คือ ในแง่การใช้งานจะอยู่ที่ความเบา ใส่แล้วไม่เจ็บหู และมีขนาดเล็กเหมาะแก่การพกพา คุณภาพเสียง จะให้เสียงแบบกลางๆและแหลมที่มีความละเอียดดี มีความเพี้ยนต่ำ ข้อเสีย อยู่ฟังประเภทนี้มีความอันตราย เนื่องจากก่อนใช้งานจะต้องแยงหูฟังเข้าไปในรูหูจนแน่น ทำให้คุณจะไม่ได้ยินเสียงแวบล้อมที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเอง จึงไม่ควรใส่งานในขณะทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ขณะขับรถ ขณะวิ่งหรือเดินออกกำลังกาย

2.แบบแปะหูหรือแนบหู เป็นรูปแบบของหูฟังที่มีความแตกต่างไปจากหูฟังแยงหู คือเวลาใช้งานตัวลำโพงจะวางแปะติดอยู่ในรูหูเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่แตกต่างอย่างแรกคือตัวลำโพงที่ใช้จะมีขนาดใหญ่กว่า และต้องมีตัวช่วยประคองตัวลำโพงให้แนบติดกับหูตลอดเวลา โดยส่วยมากจะใช้วิธีคล้องกับหลังหูกัน

ข้อดี ถึงแม้ว่าหูฟังประเภทนี้จะมีน้ำหนักมากกว่าแบบแยงหูมาก แต่ก็มีน้ำหนักน้อยกว่าหูฟังแบบสวมหู และหูฟังทั้ง 2 ข้างไม่ได้เชื่อมติดกันแบบหูฟังสวมหูจึงทำให้สะดวกต่อการพกพาได้

คุณภาพเสียง เนื่องจากหูฟังประเภทนี้ต้องใช้พวกดอกลำโพงขนาดใหญ่กว่าแบบแยงหูมาก ทำให้มันสามาถตอบสนองความถี่ได้กว้างกว่าแบบหูฟังแยงหูได้

ข้อเสีย เนื่องจากหูฟังชนิดนี้ใช้คล้องแนบกับหูด้านหลัง จึงอาจทำให้รู้สึกรำคาญเมื่อใช้เวลานานๆ และบางยี่ห้ออาจไม่แน่นพอทำให้หลุดหรือชำรุดได้เร็ว

3.หูฟังแบบสวมหู หูฟังประเภทนี้เป็นที่นิยมกันมากที่สุด ซึ่งเป็นแบบที่มีขนาดใหญ่เทอะทะที่สุดในจำนวนหูฟัง แต่เป็นหูฟังที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงเสียงเป็นลำดับแรก รูปแบบภายนอกนั้นตัวลำโพงทั้ง 2 ข้างจะถูกยึดเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยโครงพาสติกโค้งรับกับลักษณะของคนที่สวมใส่

ข้อดี ส่วนมากหูฟังประเภทนี้จะมีฟองน้ำใส่ไว้อยู่ ทำให้ตัวลำโพงไม่ต้องกดกับใบหูมาก ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเวลาใช้งานไปนานๆ

คุณภาพเสียง หูฟังประเภทนี้สามารถใช้ไดเวอร์ออกแบบคุณภาพเสียงได้ และเป็นประเภทเดียวที่ทำให้เกิดปรากฏการเหมือนจริง

ข้อเสีย หูฟังประเภทนี้มีลักษณะที่ใหญ่มาก จึงไม่เหมาะแก่การพกพา และบางรุ่นไม่สามารถปรับที่ครอบศีรษะได้จึงทำให้เจ็บหูเวลาใช้ไปนานๆ