หากเปรียบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เหมือนสิ่งมีชีวิต สายเคเบิลคงจะเป็นเหมือนกับเส้นประสาทของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคและเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะสายเคเบิลทำหน้าที่ในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้า และคลื่นสัญญานต่างๆ ไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคและเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นสามารถทำงานได้ตามคำสั่งที่ต้องการ

และเช่นเดียวกับเส้นประสาทของสิ่งมีชีวิตที่มีหลายชนิด หลายขนาด และหลายประเภท สายเคเบิลเองก็มีหลายประเภท และหลายลักษณะเช่นเดียวกัน ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็จะมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่ประเภทที่เป็นที่รู้จัก และเป็นที่นิยม สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) จะประกอบด้วยลวดทองแดงเป็นแกนตรงกลาง หุ้มด้วยฉนวนพลาสติก 1 ชั้น แล้วจึงหุ้มด้วยทองแดงที่ถักเป็นแผ่น แล้วหุ้มด้วยฉนวนภายนอกอีกชั้นหนึ่ง นิยมใช้ในระบบโทรทัศน์

ข้อดี คือ ราคาถูก มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ติดตั้งง่าย และมีน้ำหนักเบา

ข้อเสีย คือ ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอกได้ง่าย และมีระยะส่งสัญญาณที่จำกัด

  1. สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable) ประกอบด้วยเส้นใยที่ทำมาจากใยแก้ว 2 ชนิด ชนิดหนึ่งเป็นแกนกลาง ส่วนอีกชนิดอยู่ด้านนอก ซึ่งใยแก้วทั้งสองจะมีดัชนีการสะท้อนแสงต่างกัน สายเคเบิลประเภทนี้ใช้สำหรับส่งข้อมูลที่มีจำนวนมาก หรือที่ต้องการความเร็วในการส่งข้อมูล

ข้อดี คือ ส่งข้อมูลในปริมาณมากได้เร็ว และไม่มีการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า

ข้อเสีย คือ มีราคาแพง และต้องใช้ความชำนาญในการติดตั้ง

  1. สายคู่ตีเกลียว (Twisted-Pair Cable) เป็นสายเคเบิลประเภทที่มีราคาถูกที่สุด ประกอบด้วยสายทองแดงที่มีฉนวนหุ้ม 2 เส้น นำมาพันกันเป็นเกลียว นิยมใช้อย่างแพร่หลายในระบบโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคขนาดเล็กทั่วๆ ไป

ข้อดี คือ ราคาถูก สามารถติดตั้งได้ง่าย และมีน้ำหนักเบา

ข้อเสีย คือ ถูกรบกวนจากสัญญาณภายนอกได้ง่าย และระยะทางจำกัด