• LCD หรือ Liquid Crystal Display

เป็นเทคโนโลยีแรกๆที่ใช้กับทีวีจอแบน ใช้การกำเนิดแสงด้วยหลอดไฟ CCFL (Cold Cathode Fluorescent Lamp) ที่มีขนาดประมาณหลอดกาแฟ โดยนำมาวางเรียงกันแนวนอน ทำงานร่วมกับ Color Filter สีแดง เขียว และน้ำเงิน (RGB)

 

  • LED หรือ Light Emitting Diode

ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคของ LED TV ด้วยเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจาก LCD โดยใช้หลอดไฟ LED ขนาดเล็กจิ๋ว 3 สี แดง เขียว น้ำเงิน เป็นตัวกำเนิดแสง หลอด LED ให้ความสว่างได้ดีว่า LCD แต่กลับกินไฟน้อยกว่า

 

LED TV ยังแบ่งย่อยออกเป็นดังนี้

– EDGE LED

เป็นการจัดวางหลอด LED ไว้ตามขอบทั้ง 4 ด้านของจอทีวี เพื่อทำหน้าที่ยิงแสงเข้ามากลางจอ ซึ่งวิธีการนี้มีส่วนทำให้ตัวเครื่อง LED TV มีขนาดบางกว่า ทั้งยังกินไฟน้อยกว่า LCD TV

 

– Full LED

เป็นการจัดวางหลอด LED เต็มแผงหน้าจอ ซึ่งทำให้ตัวเครื่องหนาขึ้นเล็กน้อย แต่ให้ภาพคมชัด สีสันสดใส contrast สูง ภาพคมสมจริง

 

– RGB LED

ใช้หลอด LED 3 สี แดง เขียว น้ำเงิน เป็นตัวกำเนิดแสง โดยจับเป็นกลุ่มเรียงเต็มหน้าจอ พร้อมใช้เทคโนโลยี Local Dimming ช่วยให้การแสดงผลทั้งภาพและสีถูกต้อง ชัดเจน มีมิติ

 

  • Plasma TV

แสดงภาพเคลื่อนไหวได้ดี ให้สีดำที่ดำสนิท ในขณะที่สีสันเป็นธรรมชาติ ให้มิติและมุมมองกว้างกว่า LCD TV แต่ก็กินไฟมากกว่าเช่นกัน และกระจกจอของ Plasma TV อาจสะท้อนแสงในห้องที่มีแสงจ้ามากๆ ทำให้คุณภาพของภาพลงไปพอสมควร

 

  • OLED TV หรือ Organic Light Emitting Diodes

เสมือนเป็นการนำจุดแข็งของทีวีจอแบนแต่ละประเภทมารวมไว้ด้วยกัน จุดเด่นของ OLED TV คือ ความบาง กินไฟน้อย สามารถพัฒนาให้หน้าจอโค้งได้อย่างลงตัว ให้การแสดงสีสันของภาพสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะมองจากมุมใด