หน่วยความจำในคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิดนั้นจะมีหน่วยความจำอยู่ 2 แบบ อยู่ภายใน คือ ROM และ RAM โดยหน่วยความจำทั้งสองนี้จะมีความแตกต่างในเรื่องของลักษณะการทำงานเป็นหลัก ดังนี้

Rom เป็นหน่วยความจำ มีหน้าที่บันทึกข้อมูลแบบตายตัวไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องมีกระแสไฟฟ้ามาเลี้ยง แต่ข้อมูลก็ยังอยู่ครบไม่หายไป หรือเรียกได้ว่ารอมเป็นหน่วยความจำถาวร ที่เก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ได้แม้ว่าจะไม่มีประจุไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยง จุดประสงค์หลักของรอมคือการเก็บข้อมูลสำคัญไว้ เพื่อป้องกันการถูกเล่นงานจากไวรัส ประเภทของรอมมีดังนี้

  1. PROM คือ หน่วยความจำที่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลที่บันทึกได้
  2. EPROM คือ หน่วยความจำที่สามารถลบข้อมูลหรือโปรแกรมใหม่ได้ หน่วยความจำนี้แบ่งย่อยได้อีก   2ประเภท คือ “UV PROM และ EEPROM”
  3. EEPROM คือ หน่วยความจำที่อ่านอย่างเดียวแต่สามารถลบข้อมูลทิ้งได้

Ram เป็นหน่วยความจำที่เปรียบเสมือนสมุดจดบันทึกความจำ สามารถขยายความจุได้มาก แต่ข้อมูลจะหายไปเมื่อปิดเครื่องหรือไฟดับลง Ram จึงสามารถบันทึกข้อมูลได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น กล่าวคืเมื่อมีกระแสไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยงตัวแรมจะสามารถทำหน้าที่ได้หากไม่มีกระแสไฟฟ้ามาเลี้ยงข้อมูลที่เก็บไว้จะหายไปทันที(ปัจจุบันมักเก็บข้อมูลบิตในรูปของประจุไฟฟ้าในตัวเก็บประจุ) ซึ่งหน่วยความจำแรมทำหน้าที่เก็บชุดคำสั่งและข้อมูลที่ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ โดยหน่วยความจำหลักแรมแบ่งออกเป็น 4 ส่วนดังนี้

  1. Input Storage Area มีหน้าที่เก็บข้อมูลนำเข้าเพื่อรอประมวลผล
  2. Working Storage Area มีหน้าที่เก็บข้อมูลระหว่างประมวลผล
  3. Output Storage Area มีหน้าที่เก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล
  4. Program Storage Area มีหน้าที่ก็บชุดคำสั่ง เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ปฏิบัติตาม